งานนี้มี "ริชาร์ด เวลฟอร์ด" ผู้ก่อตั้ง CSR Asia หนึ่งในกูรูด้าน CSR ในเอเชีย ที่ไม่เพียงมีผลงานวิจัยด้าน CSR ที่ตีพิมพ์ และเป็นที่ปรึกษาด้าน CSR ให้กับบริษัท ชั้นนำหลายองค์กร เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "ริชาร์ด"บินตรงจากฮ่องกง มาเพื่อบอกเล่าถึงผลสำรวจ "แนวโน้มประเด็น CSR ในทศวรรษหน้า" ซึ่งเป็นผลการสำรวจล่าสุด ที่ CSR Asia ได้จัดทำขึ้น จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้าน CSR กว่า 53 คน ซึ่งเป็นทั้งนักวิชาการ ธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เกี่ยวกับเรื่องนี้
" ริชาร์ด" กล่าวว่า "จากการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหลาย ปีก่อน ก่อนหน้านี้ในเอเชียเราอาจจะพูดถึงเรื่องความยากจน เรื่องปัญหาสุขภาพ แต่ตอนนี้ประเด็นปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคคาดว่าจะปรากฏในอีก 10 ปี นับจากนี้คือ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องโลกร้อน พลังงาน การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ การไม่มี น้ำสะอาดที่เพียงพอ รวมไปถึงปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของมนุษย์"
10 ประเด็นร้อนแห่งอนาคต
ถ้า ไล่เรียงสิ่งที่ปรากฏซึ่งเชื่อมโยงกับ CSR จากมากไปถึงน้อยใน 10 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1.ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 2.ปัญหาสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ธุรกิจต้องมองไปข้างหน้า ทั้งกับพนักงานในองค์กรเอง รวมไปถึงแรงงานของบริษัทที่อยู่ในซัพพลายเชนทั้งหมด 3.ความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้นกับการใส่ใจเรื่องความโปร่งใสของบริษัท ซึ่งจะขยับจากรายงานไปสู่สิ่งต่างๆ ที่ต้องสามารถตรวจสอบได้ 4.CSR จะถูกบรรจุ ลงไปอยู่ในกฎหมายและกลายเป็นประเพณีปฏิบัติขององค์กรที่ในอีก 10 ปีข้างหน้าคาดว่าอย่างน้อยที่สุดจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 26000 ที่ว่าด้วยความ รับผิดชอบต่อสังคมที่กำลังจะประกาศใช้ 5.มีการสื่อสารที่มากขึ้นระหว่างบริษัท กับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders)ซึ่งการสื่อสารนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปอยู่ในโครง สร้างของธรรมาภิบาล ในองค์กร
6. ความคาดหวังที่กำลังเปลี่ยนไป ของคนทำงาน อาทิ การมองหาคุณภาพชีวิตที่ดี ฯลฯ จะทำให้องค์กรต้องมองในประเด็นเหล่านี้มากขึ้น หากต้องการคนทำงานที่มีความสามารถ 7.รูปแบบของ การให้ของธุรกิจจะเปลี่ยนไปสู่การลงทุน ในชุมชน ซึ่งนั่นหมายความว่าการบริจาค ที่เคยปรากฏจะลดน้อยลง ขณะเดียวกันองค์กรจะมองในแง่ของการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน และต้องมั่นใจว่าเงินที่ลงทุนในทางสังคมนั้นจะสามารถตอบโจทย์ความยั่งยืนให้ ชุมชนและบริษัท 8.ความตระหนักต่อ "ซัพพลายเชน" ในธุรกิจจะมีมากขึ้น เช่น ความคาดหวังในเรื่องสิ่งแวดล้อมของซัพพลายเชน 9.การเติบโตของผู้ประกอบการทางสังคม (social enterprise) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่เรียกว่า "ธุรกิจเพื่อสังคม" ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ใช้ลักษณะการทำงานในแบบองค์กรธุรกิจ 10.ภาคธุรกิจจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ลดปัญหาความยากจนในสังคม โดยธุรกิจจะเข้าไปมีส่วนในการช่วยลดช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยในประเทศที่ กำลังพัฒนา
ก้าวสู่ CSR value
"ริชาร์ด" อธิบายด้วยว่า "จะเห็นว่า สิ่งต่างๆ ที่จะเปลี่ยนไปนั้นย่อมทำให้ธุรกิจต้องปรับตัว และในอนาคตธุรกิจจำเป็นจะต้องมี CSR ในเชิงคุณค่า (value) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้ที่จะเปลี่ยนไปสู่การลงทุนทางสังคม คล้ายๆ กับวิกฤตทางการเงินในขณะนี้ที่เชื่อว่าองค์กรจะใช้เงินในการบริจาคน้อยลง แต่ต้องการ สร้างคุณค่าจากเงินที่จะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมให้เกิดประสิทธิผลมาก ขึ้น"
เขายังมองว่า "CSR ที่ดีก็คือการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ซึ่งเราอาจจะคิดว่า CSR คือการเข้าไปช่วยในเรื่องการลดปัญหาความยากจน แต่สิ่งที่ท้าทาย กว่านั้นคือความรับผิดชอบในทุกวันของธุรกิจ"
"ประเด็นต่างๆ เหล่านี้จะได้รับการหยิบยกให้มีความสำคัญมากขึ้นจากกลุ่มคนต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อบริษัท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน บริษัทด้วยกันเอง รัฐบาลและนักการเมืองนักลงทุน ผู้บริโภค พนักงานและสหภาพแรงงาน สถาบันและเวทีในระดับนานาชาติ ผู้นำในภูมิภาค สื่อมวลชน และสถาบันการศึกษา ฯลฯ จากผลสำรวจจะเห็นว่าเอ็นจีโอนั้นมีอิทธิพลสูงสุดที่มักเป็นคนหยิบยกประเด็น ต่างๆ ขึ้นมา เช่น กรณีการไม่ซื้อสินค้าของโคคา-โคลา ในอินเดียจากปัญหาเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ แม้ผู้บริโภคจะไม่ซื้อแต่จะสังเกตว่าประเด็นนั้นถูกหยิบยกขึ้นมาโดยเอ็นจี โอ"
เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า "กลุ่มคน ที่สำคัญรองลงมาก็คือบริษัท ด้วยกันเอง ที่ออกมาประกาศ
ความ รับผิดชอบกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์ ในเรื่องการศึกษา ยูนิลีเวอร์ในการประกาศที่จะช่วยลดปัญหาความยากจน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ที่ประกาศจุดยืน ในเรื่องการลดโลกร้อน ฯลฯ บริษัท ต่างๆ เหล่านี้จึงมีส่วนสำคัญในอนาคตที่จะทำให้เรื่องต่างๆ ได้รับความสนใจจากสังคม"
แนะแนวทางบริษัทปรับตัว
ดัง นั้นยิ่งแรงกดดันในสังคมที่มีต่อเรื่อง CSR ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก สิ่งที่บริษัทในเอเชีย วันนี้ต้องทำก็คือการเร่งปรับตัว เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
"ริชาร์ด" แนะนำว่า องค์กรควรมีการปรับปรุงความสามารถภายในองค์กรที่มีต่อเรื่องสังคมและสิ่งแวด ล้อมเพิ่มมากขึ้น เช่น การสร้างตระหนักให้พนักงานในองค์กร รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมทั้งในประเด็นต่างๆ ที่องค์กรควรให้ความสำคัญ รวมไปถึงการตัดสินใจสำคัญๆ ในการดำเนินธุรกิจ
นอก จากนี้ควรทำ CSR ให้เป็นส่วนหนึ่งในองค์กร เช่น การพัฒนามุมมองในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบ การทำให้ CSR กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักในธุรกิจ การเชื่อมโยง CSR กับการสร้างแบรนด์ ในเอเชียยังมีหลายประเด็นที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม การมีอำนาจเหนือผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งมีหลายบริษัทใหญ่ๆ ในเอเชียที่ถือครองโดยครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ฯลฯ รวมไปถึงควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ของซัพพลายเชน การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ และการพัฒนาคนในองค์กร
SCG คว้าสุดยอดบริษัท CSR ไทย
ล่า สุด CSR Asia ยังได้จัดอันดับบริษัทที่มีการเปิดเผยด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ยอดเยี่ยมในเอเชีย โดยวัดจากการเปิดเผยข้อมูลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อาทิ นโยบาย กลยุทธ์ CSR ตลาดและซัพพลาย เช่น สถานที่ทำงาน ทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม ผลจากการจัดอันดับ (ดูรายละเอียดในตารางประกอบ) มีบริษัทไทยเพียงบริษัทเดียวคือ เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 โดยส่วนใหญ่เป็น บริษัท ในฮ่องกง ตามมาด้วยมาเลเซียและสิงคโปร์
จาก ผลการจัดอันดับ "ริชาร์ด" ประเมินถึงสถานการณ์ CSR ในเอเชียปัจจุบันว่า "จะเห็นได้ว่าบริษัทในฮ่องกงที่มีการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นต่างๆ มากเป็นเพราะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มานาน แต่ที่น่าสังเกตก็คือความตื่นตัวในเรื่อง CSR ของบริษัทในจีนที่มีมากขึ้น รวมไปถึงมาเลเซียซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ส่งเสริมในเรื่องนี้ สำหรับไทย ถ้าดูบริษัทไทยจากการสำรวจครั้งนี้จะเห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการ เรื่องนี้ในลักษณะของกิจกรรมเพื่อสังคมมากกว่า แต่ก็มีแนวโน้มการให้ความสำคัญในประเด็นอื่นๆ มากขึ้นเช่นกัน"
ฉะนั้น เมื่อถามถึงสถานการณ์ CSR ในไทย เขาจึงฟันธงว่า "ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น แต่มีสัญญาณที่กำลังจะเทกออฟทะยานสู่การแสดงความรับผิดชอบในระดับที่เข้มข้น ขึ้นในเร็ววันนี้" !!
ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02csr01201051&day=2008-10-20§ionid=0221
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น