วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552
6 ทิศทาง CSR ปี"52
จาก การศึกษาองค์กรธุรกิจในช่วงปีที่ผ่านมาของสถาบันไทยพัฒน์ 6 ทิศทางจากนี้ เป็นสิ่งที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะปรากฏและมีความชัดเจนขึ้นในปี 2552 เริ่มตั้งแต่
ทิศทางที่ 1 ธุรกิจจะปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อสังคมจากแนว ECO- conscious มาสู่ social concern มากขึ้น
ปัญหา และผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้ก่อให้เกิดการเลิกจ้างและลดกำลังการผลิตของกิจการ ผลพวงที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการว่างงานของแรงงานเก่าที่อยู่ใน ระบบ และแรงงานใหม่ที่กำลังจะสำเร็จจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทำให้องค์กรธุรกิจหลายแห่งมีการวางแผนการบริหารแรงงานในองค์กรเพื่อให้คงไว้ ซึ่งผลิตผล หรือมีการวางมาตรฐานในการช่วยเหลือผู้ว่างงาน
โดยใช้ กิจกรรม CSR เป็นเครื่องมือ ในปีนี้การพัฒนาแรงงานที่มุ่งเน้นการจ้างงาน (Employment) จะหันมาสู่การสร้างความสามารถในการมีงานทำ (Employability) ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนาแรงงงานให้มีความสามารถในหลายๆ ด้าน หรือเปิดโอกาสให้แรงงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเองนอกเหนือจากงานที่ทำ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่ๆ เมื่อองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทิศทางที่ 2 แนวคิดในการตั้งผู้รับผิดชอบหรือคณะทำงานด้าน CSR จะแผ่ขยายจากองค์กรธุรกิจเอกชนเข้าสู่รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ
ใน ปีนี้รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐหลายแห่งจะมีการตั้งผู้รับผิดชอบหรือคณะ ทำงานด้าน CSR ขององค์กร โดยมีการกำหนดนโยบายแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนการประเมินผลสำเร็จในระดับผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (Impact) ที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในปีนี้จะส่งผลต่อการถ่ายโอนน้ำหนักความสำคัญจาก กิจกรรม/โครงการที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (หรือ CSR-after-process) มาสู่การดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (หรือ CSR-in-process) มากขึ้น
ทิศทางที่ 3 รูปแบบของ CSR จะพัฒนาจาก "Strategic CSR" สู่ "Creative CSR"
ใน ปีนี้องค์กรธุรกิจที่พัฒนา CSR เชิง กลยุทธ์ได้ดีระดับหนึ่ง จะยกระดับการพัฒนาสู่กิจกรรม CSR เชิงสร้างสรรค์ (Creative CSR) ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมและแพลตฟอร์มของการทำงานร่วมกันในการพัฒนากิจกรรม CSR ที่ก่อให้เกิดคุณค่าเดียวกัน (Common value) ของทั้งกิจการและสังคม การดำเนินการ CSR เชิงสร้างสรรค์นี้จะทำให้เส้นแบ่งระหว่างองค์กร กับสังคมเลือนรางลง เกิดรูปแบบใหม่ของ CSR แนวใหม่ๆ (อาทิ Crowdcasting) ที่เป็นผลดีต่อการพัฒนาขีดความสำคัญที่แน่นแฟ้น (Cohesiveness) ระหว่างกัน
ทิศทางที่ 4 ธุรกิจจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสังคม (Social- Friendly Products) มากขึ้น
นอก จากกระแสสีเขียวที่ยังคงเป็นปัจจัยผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมแล้ว ธุรกิจยังต้องให้ความสำคัญ กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสังคม (social-friendly products) มากขึ้นด้วย เนื่องจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อการเสียหายที่เกิดขึ้น จากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability Law) ในปีนี้มีการนำหลักความรับผิดชอบโดยเคร่งครัดมาใช้ อันนี้จะมีผลทำให้ผู้เสียหาย ไม่ต้องพิสูจน์ถึงความปลอดภัยของสินค้า ตลอดจนได้รับการชดใช้ค่าเสียหายที่เป็นธรรม รวมไปถึงความเสียหายต่อจิตใจด้วย
ทิศทางที่ 5 CSR ในสายอุปทาน (Supply chain) จะทวีความเข้มข้นและชัดเจนยิ่งขึ้น
ธุรกิจ ที่ต้องพึ่งพิงกับสายอุปทาน โดยเฉพาะผู้ส่งออกกับผู้นำเข้าจะต้องรับมือกับข้อกำหนดใหม่ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เรื่อง CSR จะถูกถ่ายทอดจากผู้ประกอบการหนึ่งไปสู่อีกผู้ประกอบการหนึ่งในสายอุปทานเป็น ทอดๆ จนกลายเป็นบรรทัดฐาน (norm) ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ขณะที่แนวปฏิบัติ CSR ทั่วไป แต่เดิมจะถูกพัฒนาต่อยอดโดยสะท้อนให้เห็นลักษณะเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับกิจการที่ปลอดจากกระแสกดดันให้ทำ CSR ด้วยความจำเป็นทางธุรกิจ แต่เลือกที่จะทำ CSR ด้วยความยินดีที่จะช่วยเหลือรับผิดชอบต่อสังคมโดยสมัครใจ จะแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสหรือชุมชนในระดับฐานราก สามารถสร้างรายได้ด้วยการให้เข้าร่วมอยู่ในสายอุปทาน หรือเป็นผู้ส่งมอบ (Suppliers) ในธุรกิจ ภายใต้รูปแบบที่เรียกว่า "ธุรกิจที่ไม่ปิดกั้น" (Inclusive Business)
ทิศทางที่ 6 หลักสูตรและวิชาด้าน CSR ในสถาบันการศึกษาจะเกิดขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม
ใน ปีนี้สถาบันการศึกษาจะมีความเคลื่อนไหวในการปรับการเรียนการสอนที่เกี่ยว ข้องกับ CSR กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในสถาบันอุดมศึกษาจะมีการยกเครื่องวิชาจริยธรรมทางธุรกิจที่มีมาช้า นาน ให้ครอบคลุมเนื้อหา CSR ที่ทันกับยุคสมัย ปัจจุบันหลายแห่งได้มีการบรรจุวิชา CSR ในหลักสูตรบริหารธุรกิจ ขณะที่บางแห่งมีแผนจะเปิดเป็นหลักสูตร CSR ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาตรี พร้อมทำการเรียนการสอนได้ในปีการศึกษา 2552 นี้
ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02csr02090252&day=2009-02-09§ionid=0221
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น